x
ดาวน์โหลดแอป Today for tomorrow ได้แล้ววันนี้
     

เคล็ดไม่ลับ ปั้นหนูน้อยนักดนตรี



        โดยทั่วไปเด็กทุกคนจะชอบเพลง จะเห็นได้ว่าเมื่อเปิดเพลงปุ๊ปน้องหนูก็เต้นกันทุกคนด้วยความสนุกสนาน ดนตรีจึงเป็นอาหารสมองที่เด็กๆ โปรด ยิ่งถ้าพวกเขามีโอกาสได้ฟังเพลงดีๆ มีครูสอนดี คอยฝึก คอยให้กำลังใจ ก็สามารถเป็นนักร้อง นักดนตรีได้ แม้ว่าอาจไม่มีศักยภาพโดดเด่นด้านนี้มากก็ตาม แต่สำหรับเด็กที่มีแววศิลปินอยู่ในตัวมากๆ ก็จะมี “ไฟ” แรงกว่าเด็กอื่นในเรื่องนี้ มักมีใจจดใจจ่อที่จะเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับดนตรี หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสียง ก็จะรับเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดายกว่าเด็กทั่วไป

        ผู้ปกครองต้องคอยสังเกตลูกว่าน้องมีแววด้านนี้หรือไม่ อย่ารอให้ลูกแสดงความสามารถออกมาเอง ด้วยความเชื่อผิดๆ ว่า “เด็กเก่งก็เหมือนหัวกะทินั่นแหละ ถ้าแน่จริงก็จะลอยขึ้นข้างบนให้เห็นกันจะ…จะ…” ซึ่งเป็นความคิดที่มีอยู่ทั่วไปจึงทำให้เราสูญเสียคนเก่ง และอัจฉริยบุคคลในกลุ่มนี้ไปมากที่สุด

แล้วพ่อแม่จะทราบได้อย่างไรว่าลูกจะเป็นหนูน้อยนักดนตรีคนเก่งหรือไม่ และจะเป็นได้อย่างไร???
• ความสนใจของเด็กน้อย บ่งบอกพรสวรรค์ในหัวใจของพวกเขาอย่างหนึ่ง
• โอกาสที่เด็กจะได้สัมผัสกับศิลปะ ดนตรีมีหรือไม่ ถ้าไม่มี เด็กก็ไม่มีโอกาสฉายแววให้เห็น
• การสังเกตจากพ่อแม่เป็นเครื่องชี้วัดที่ดี

พ่อแม่จะรู้ได้อย่างไรว่า ลักษณะใดเป็นตัวบ่งชี้ว่า “ลูกมีแวว”
          คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยลูกได้ ด้วยการลองสังเกตสำรวจแววลูก โดยสำรวจแววความสามารถของลูกได้จากบทความ “ลูกมีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีหรือไม่” ค่ะ ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแบบสังเกตช่วยพ่อแม่ดูแววลูก

          เมื่อเห็นแววแล้ว ควรรีบส่งเสริมทันทีด้วยการหาครูเก่งๆ ให้ลูก และควรให้ข้อมูลกับทางโรงเรียน เพื่อให้ทางโรงเรียนหาทางสนับสนุนดูแลให้สัมพันธ์กับทางบ้าน เช่น น้องก้านซึ่งเป็นเด็กอยู่ต่างจังหวัด ชอบฟังเพลงคลาสสิคทั้งไทยและเทศ เป็นชีวิตจิตใจ ดนตรีโหลๆ ที่โปรโมตกันคับจอทีวี หรือถูกยัดเยียดให้ฟัง อย่าหวังเลย น้องก้านสามารถแต่งเพลงเองที่เป็นเพลงประเภทคลาสสิคไม่ใช่เพลงธรรมดา ก็เห็นได้ชัดว่าแปลกกว่าเด็กธรรมดา เด็กคนนี้โชคดีตรงที่มีคุณพ่อคุณแม่สนใจและไม่ขัดขวาง นอกจากนี้ยังหาหนทางที่จะส่งเสริม แต่ก็ยังมีข้อจำกัดคือ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ไม่มีความรู้เรื่องดนตรีเลย และทั้งจังหวัดก็หาคนที่มีความสนใจดนตรี ลักษณะเดียวกับน้องก้านได้ยากมาก เลยต้องให้ไปพบกับนักดนตรีเก่งๆ เพื่อทดสอบดูว่าน้องน่าจะมีความถนัดด้านใดเป็นพิเศษ ปัจจุบันน้องเรียนด้านการดนตรีจบระดับเกียรตินิยม เป็นนักแต่งเพลง และเล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด

          ในสภาพความเป็นจริงน่าจะมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่มีแววแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ เพราะสาเหตุหลายประการ เช่น ไม่อยากให้ลูกเป็นนักดนตรี นักร้อง จิตรกร ฯลฯ เพราะกลัวอดตาย ไม่ก้าวหน้า ไม่เท่ อยากให้ลูกเป็นหมอ วิศวะ หรืออะไรทำนองนี้

          อีกพวกหนึ่งคือ พ่อแม่เองก็ไม่เคยเป็นคนสนใจด้านนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าเด็กพวกนี้มีพฤติกรรมอย่างไร ต้องการอะไร มีความรู้สึกอย่างไร จึงไม่ได้ขวนขวายหรือส่งเสริม นอกจากนั้น ตัวหลักสูตรเองก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้เด็กกลุ่มนี้ อยู่ในโรงเรียนอย่างเป็นสุข เพราะต่อให้เก่งแค่ไหน คะแนนดนตรีก็มีน้ำหนักน้อยมากถ้าเทียบกับวิชาอื่นๆ เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กกลุ่มที่น่าเห็นใจที่สุด และไร้ความสุขที่สุดกลุ่มหนึ่งในระบบโรงเรียน เพราะเหตุที่หลักสูตรไม่เกื้อหนุนค่านิยม สังคมไม่ส่งเสริม และขาดแหล่งกระตุ้นที่จะช่วยเผยศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในตัวเด็ก

          หากพบว่าลูกน่าจะมีแวว แม้ว่ายังไม่แน่ใจก็ตาม ควรให้ลูกมีโอกาสสัมผัสกับเครื่องดนตรี ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ให้พบคนเก่ง เป็นลูกศิษย์คนเก่ง มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ให้เขาได้ฝึกซ้อม เขาก็สามารถพัฒนาได้แน่นอน ในกลุ่มของเด็กที่ได้รับโอกาสเช่นนี้ แม้ว่าเด็กบางคนอาจเลือกที่จะเป็นคนเก่งทางด้านอื่นภายหลัง แต่บางคนในจำนวนนั้น จะเป็นเพชรเม็ดงามของวงการในอนาคตอย่างแน่นอน
image002

บทความโดย รศ.ดร. อุษณีย์ อนุรุทธวงศ์ ประธานศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพเด็ก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

กลับหน้าแรกบทความ

บทความที่ผ่านมา

cover2
จุดประกายอนาคต สร้างนิสัยการเรียนรู้ด้วยนิทาน
เซลล์สมองของเด็กๆ มีการพัฒนาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เด็กจึงเกิดมาพร้อมเซลล์สมองที่พร้อมเรียนรู้ และสามารถเข้าใจสิ่งต่า...
cover-2
10 กุญแจสำคัญสานฝันให้ลูกมีอนาคตที่ประสบความสำเร็จ ตอนที่ 2
หลังจากเราเล่าถึงกุญแจ 5 ดอกแรกที่จะสานฝันอนาคตให้ลูกแล้ว เรามาดูกันว่า ดอกที่ 6 – 10 มีอะไรอีกบ้าง   จัดลำดับ...
Banner_2
เสริมสร้างพัฒนาการลูกรัก ด้วยกิจกรรมกลางแจ้งมาแรง “ขี่ม้า”
  ลูกรักมีพัฒนาการสมวัย ฉลาด ร่างกายแข็งแรง คือสิ่งที่คุณแม่ทุกคนต้องการ คุณแม่แต่ละท่านจึงมีวิธีการเลี้ยงลูก ...