x
ดาวน์โหลดแอป Today for tomorrow ได้แล้ววันนี้
     

MUSIC IS MY LIFE ฝันให้ใหญ่และไปให้สุด อิมเมจ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ

แฟลชแบ็คไปในปี 2014 ภาพสาวน้อยใส่แว่นหนา ท่าทางเรียบร้อย ดูขี้อายสไตล์เด็กเนิร์ด ที่บรรจงร้องเพลง Falling Slowly ด้วยน้ำเสียงและอารมณ์เพลงที่เปล่งออกมาสะกดคนฟัง บนเวทีในรอบ Blind Audition ของรายการ The Voice Season 3 ยังไม่ทันร้องจบเพลง เธอก็เอาชนะใจกรรมการจนหันเก้าอี้มาถึง 3 คน และยิ่งทึ่งเข้าไปอีกเมื่อรู้ว่าเธอคือสาวน้อยมัธยมปลายวัย 16 ปี

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไทยรู้จัก อิมเมจ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ ลูกทีมของโค้ชสแตมป์ แม้เส้นทางของการแข่งขันครั้งนั้นจะจบลงด้วยตำแหน่งรองชนะเลิศ แต่เอกลักษณ์และพรสวรรค์ของเธอที่ฝากความประทับใจให้คนไทยก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า สาวน้อยคนนี้ไม่ธรรมดา เธอพร้อมแล้วที่จะโลดแล่นอย่างเต็มตัวบนเส้นทางนักร้องอาชีพ

ภาพตัดกลับมาตอนนี้ในปี 2016 สาวน้อยคนเดิมแต่ในวัยที่เติบโตขึ้น พกพาความสดใสร่าเริงและความคิดเกินวัยในแบบที่เป็นตัวตนของเธอมาพูดคุยกับ “ไฮคิว ยูเอชที” ถึงเส้นทางฉายแววซุป’ตาร์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ และคุณพ่อคุณแม่ที่อยากสนับสนุนลูกรักให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางดนตรีที่แสนท้าทาย

 

CHAPTER I นักร้องวัยกระเตาะ

พรสวรรค์อย่างเดียวไม่พอ ต้องเพิ่มพูนพรแสวง


เล่าถึงอิมเมจตอนเด็กๆ ให้ฟังหน่อย

อิมเมจ: ตอนเด็กๆ แม่บอกว่าหนูเป็นคนไวต่อเสียงมาก ไม่ชอบคนเยอะๆ พอหูไวก็จะรำคาญเสียง และมีอารมณ์หงุดหงิด งอแงบ่อย คุณแม่เลยพาไปเรียนเปียโน พอเล่นเป็นก็รู้สึกดี เริ่มเรียนโน๊ตดนตรีตั้งแต่ห้าขวบ ทำให้เราฟังโน๊ตเป็น พอฟังเพลงแล้วเราจะจับโน๊ตไว ร้องตามไว และยังเป็นเด็กเรียนเร็วด้วยค่ะ เริ่มเข้าอนุบาลตอนสองขวบ ห้าขวบก็เข้าป.1 ตอนนี้อายุ 18 ปี อยู่ปี 2 คณะเศรฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ค่ะ

คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนให้อิมเมจกล้าแสดงออกอย่างไรบ้าง
อิมเมจ: พอแม่มีน้องสาว หนูกลายเป็นพี่คนโต แม่เลยพาไปเรียน หากิจกรรมให้ทำ จริงๆ แล้วคือแม่เอาเวลาไปเลี้ยงน้อง (หัวเราะ) หนูเริ่มเรียนร้องเพลงตอนประถม เรียนทุกสัปดาห์ เรียนจนถึงม.ต้น มีย้ายที่เรียนบ้าง หยุดเรียนบ้าง พอขึ้นม.ปลายก็หยุดเรียนไปเลยเพราะเรียนสายวิทย์

รู้ตัวว่าชอบร้องเพลงตอนไหน
อิมเมจ: ตอน ป.5 เห็นเพื่อนไปเรียนร้องเพลงก็เลยไปเรียนบ้าง ตอนนั้นเรียนเทคนิคอย่างเดียว ไม่มีสอนเรื่องอารมณ์ในการร้อง จนหาตัวเองไม่เจอ แต่เราเป็นเด็กขี้สงสัยชอบตั้งคำถามมาตั้งแต่เด็ก เวลาคุณครูโยนโจทย์มาให้จะถามก่อนว่าทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมเราต้องเชื่อ ตอนนั้นครูจะสอนเป็นเพลงๆ เค้าให้ร้องเพลงของเทเลอร์ สวิฟต์ เพราะคำร้องสละสลวย ทำนองดี กลายเป็นชอบนักร้องคนนี้ไปเลย

แล้วพัฒนาและฝึกการร้องเพลงอย่างไรให้เก่ง
อิมเมจ: พอโตขึ้นเรารู้ตัวเองว่าเราจริงจังกับการร้องเพลง ซีเรียสขึ้น ไม่ว่าจะมีคนฟังหรือไม่ฟังเราก็ร้อง แต่ร้องไปร้องมาแล้วเจ็บคอ เลยมีคนแนะนำให้ไปเรียนกับครูเบิ้ม (นิรันดร ดุลลาพันธ์) ครูสอนให้ร้องอย่างถูกวิธี ร้องยังไงไม่ให้เจ็บคอและไปให้สุดศักยภาพของเรา

 

2

 

CHAPTER II  เวทีของฉัน

เวทีที่ใช่คือใบเบิกทางสานฝัน


เริ่มต้นประกวดครั้งแรกในชีวิต

อิมเมจ: ประกวดนางนพมาศตอนอนุบาลค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็แสดงความสามารถด้วยการร้องเพลง ผลออกมาก็ชนะเลย (ยิ้ม) พอโตขึ้นส่วนมากจะประกวดเฉพาะในโรงเรียน พอมัธยมก็เป็นตัวแทนไปประกวดแข่งขันกับโรงเรียนอื่นๆ บ้าง

แจ้งเกิดจากรายการ The Voice เต็มตัว ประสบการณ์ตรงนั้นสอนอะไรบ้าง
อิมเมจ: ได้เทคนิคใหม่ๆ วิธีการร้อง และเลือกที่เราชอบมาใช้กับตัวเรา

แล้วมีเคล็ดลับก่อนขึ้นโชว์เพลงมั้ย
อิมเมจ: ถ้าตื่นเต้นมาก หนูจะกระโดดตบ มันทำให้เราแอคทีฟขึ้นจะได้ไม่โฟกัสกับการตื่นเต้น หรือวันไหนรู้สึกเนือยๆ ก็ช่วยได้เยอะเลย

มีรายการประกวดเกิดขึ้นมากมายในบ้านเราเพื่อเฟ้นหาคนเก่ง อิมเมจคิดเห็นอย่างไรในการตัดสินใจเข้าร่วมรายการแข่งขันนั้นๆ เพื่อแสดงศักยภาพของตัวเองให้คนยอมรับ
อิมเมจ: อย่าปิดกั้นโอกาส อย่ากลัว ลองทำตามที่เราชอบว่าเราอยากร้องเพลงให้ใครฟัง หนูเคยไปประกวด The Star นะ แต่หนูไม่ติด Thailand’s Got Talent ก็เคยส่งนะ ไม่เข้ารอบ แต่ไม่ซีเรียสอะไร ส่วน The Voice เน้นเสียง หนูว่าตัวเองน่าจะเหมาะกว่า คราวนี้ตั้งใจสมัครเพราะชอบพี่แสตมป์อยู่แล้ว (ยิ้ม) ตอนแรกไม่ได้หวังเลย เพราะตอนไปออดิชั่นเจอแต่คนมีประสบการณ์ เราแค่เด็กมัธยมตัวเล็กๆ คนหนึ่งเอง เข้ารอบได้ก็เท่ เข้าไม่ได้ก็ไม่แปลก สุดท้ายดีใจมากที่ได้เดบิวต์กับ The Voice ในฐานะนักร้อง

แน่นอนว่าทุกๆ การแข่งขันย่อมต้องเจอกับความสำเร็จหรือไม่ก็อาจพบความผิดหวัง
อิมเมจมีวิธีจัดการกับความผิดหวังหลังแข่งขันอย่างไร

อิมเมจ: มันก็มีเฟล แต่ว่าพอเฟลแล้วไงต่อ ชนะหรือแพ้ไม่เป็นไร อย่าไปโฟกัสให้มาก เราแค่ตามความรู้สึกให้ทัน อย่าไปจม ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าจะเสียใจก็เสียใจไป แต่ต้องกลับมาเป็นปกติให้ได้ค่ะ

การประกวดร้องเพลงที่ผ่านมาหลายเวที ช่วยให้ตัวเราพัฒนามากน้อยแค่ไหน
อิมเมจ: มันสอนเราว่าถ้าเราได้ทำอะไรในสิ่งที่ชอบ เราจะมีแรงทำมากเป็นพิเศษ ทำไปเรื่อยๆ และเราแฮปปี้ ที่เหลือก็เป็นกำไรแล้ว เพราะเราชนะตั้งแต่เราได้ทำแล้ว

 

3

 

CHAPTER III บรรเลงตามสไตล์

ทำในสิ่งที่หลงใหลให้เต็มไปด้วยความสุข


เพลงที่อิมเมจชอบหรือถนัดร้องมากที่สุดคือแนวไหน

อิมเมจ: หนูเชื่อว่าทุกคนไม่ได้มีแค่แนวเดียว เพลงที่เราชอบฟังก็คือเพลงที่เราอยากร้อง
หนูเองเป็นคนมีสองด้านค่ะ ด้านหนึ่งที่ชอบคือดนตรีแนวกีตาร์ที่ไม่โพรเซสหรือปรุงแต่งใดๆ กับอีกด้านคือชอบอัลเทอเนทีฟร็อคแบบวงอิมเมจิ้น ดราก้อนส์ (Imagine Dragons) หรืออาร์คติก มังกี้ส์ (Arctic Monkeys)

นั่นแสดงว่านอกจากร้องเพลงแล้ว อิมเมจสนใจเรื่องอื่นๆ ที่ต่างออกไป
อิมเมจ: อยากเรียนต่อด้านจิตวิทยาค่ะ การเรียนเศรษฐศาสตร์ทำให้หนูจริงจังกับชีวิตอีกด้าน เราแฮปปี้กับการร้องเพลงแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องร้องเพลงเป็นอย่างเดียว เราสามารถทำในสิ่งที่ชอบหลายด้านพร้อมกันได้
ที่สนใจด้านจิตวิทยาเพราะหนูรู้สึกว่าความสุขของคนในประเทศเราไม่ค่อยมี สิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือสุขภาพจิตที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ หนูอยากให้ทุกครอบครัวเริ่มรู้จักวางแผนคุยกับนักจิตวิทยาก่อนจะมีลูก จะได้ปรับตัวกันและกันเพื่อให้ลูกเกิดมาอย่างมีคุณภาพ เพราะเด็กทุกคนเกิดมามีโอกาสเป็นได้ตั้งแต่นักบินอวกาศหรือนายกรัฐมนตรี มันเป็นไปได้หมด คนเป็นพ่อแม่ย่อมอยากให้ลูกได้ดีใช่มั้ยคะ และถ้าทุกบ้านมีนักจิตวิทยาคอยแนะนำดูแล มันคงจะดีไม่น้อยเลยล่ะ

แล้วแบ่งเวลาเรียนและกิจกรรมในแต่ละวันอย่างไร
อิมเมจ: หนูไม่มีตารางชัดเจน หนูไม่ชอบการ over organize แต่จะรู้ว่าต้องทำอะไร หนูเรียนรู้ว่า เฮ้ย ถ้าสมองเราเตือนว่าเราต้องอ่านเลขนะ เราจะอ่านเลย ไม่งั้นเราจะไม่ได้อ่าน ใช้ความรู้สึกในการจัดการ เพราะหนูรู้หน้าที่ตัวเองอยู่แล้ว หนูเชื่อว่าทุกคนรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร เราแค่ต้องจัดการมันให้ได้

มีใครเป็นต้นแบบหรือแรงบันดาลใจให้อิมเมจบ้าง
อิมเมจ:นูชอบสังเกตคนอื่นๆ เอาข้อดีของคนรอบตัวมาปรับใช้กับเรา เช่น เทเลอร์ สวิฟต์ ที่ชอบเพราะเค้าเก่ง ทั้งร้องเอง เล่นเอง แต่งเอง หรือตอนนี้ชอบดูซีรีย์เรื่อง House M.D. ที่ให้อะไรมากกว่าศัพท์ทางการแพทย์ หนูชอบวิธีคิดของ ดร.เฮ้าส์ ที่เป็นตัวเอกของเรื่อง เขาเป็นคนเก่งมาก แต่ชีวิตไม่มีความสุข ไม่เอาส่วนที่ไม่มีความสุขนะคะ (หัวเราะ) คือเขารู้ทุกอย่าง มีกระบวนการคิดวิเคราะห์ในแต่ละเคสที่รักษาได้เก่งมากและเขาคิดได้ง่ายมาก หนูอยากเก่งแบบนั้น

แล้วส่วนที่จะทำให้อิมเมจมีความสุขในแบบที่ต้องการล่ะ
อิมเมจ: หนูคิดว่าความสุขของหนูคือการได้ศึกษาคนไปเรื่อยๆ หนูมีความสุขง่ายมากแค่กินกาแฟก็สุขแล้ว ความสุขมันมาแล้วก็ไป เราหาความสุขได้จากทุกอย่าง วันข้างหน้าอาจจะเห็นตัวเองมีความสุขกับการตกแต่งบ้าน เลือกเฟอร์นิเจอร์เอง เรามีความสุขกับการเลือกสิ่งที่ชอบด้วยตัวเอง ร้องเพลงก็ยังร้อง แม้ไม่มีคนจ้าง เราก็ทำไปเรื่อยๆ อย่างที่บอกว่าแค่ทำก็ชนะแล้วเพราะเราชอบมัน

อะไรคือสิ่งสำคัญในการเรียนรู้หรือการฝึกฝนเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
อิมเมจ: เรียกว่าเคยประสบความสำเร็จดีกว่าค่ะ วันนั้นที่ได้รางวัลรองชนะเลิศคิดว่าสูงสุดแล้ว แต่จริงๆ แล้วจุดสูงสุดไม่มีจริง ไม่งั้นเราจะหยุดนิ่ง เราต้องตั้งเป้าหมายต่อไปเรื่อยๆ ใส่เคล็ดลับคือความทะเยอทะยานเข้าไปจะได้มุ่งมั่น

ถ้าอยากให้น้องๆ ประสบความสำเร็จบนเส้นทางดนตรี อิมเมจจะแนะนำน้องๆ และคุณพ่อคุณแม่อย่างไร
อิมเมจ: เคยมีคุณแม่มาถามหนูว่าอยากให้ลูกร้องเพลงเก่งๆ ทำไงดี หนูเลยถามกลับไปว่า น้องชอบมั้ยคะ คุณแม่น้องก็พูดขึ้นว่า เออนั่นนะสิ แล้วเราก็แยกย้ายกันไป แต่ใจจริงหนูอยากบอกต่อว่า คุณแม่ชอบกับน้องชอบไม่เหมือนกัน ถ้าน้องชอบก็ไม่ยากเลย แค่ทำไปเรื่อยๆ ทำในแบบที่เราเอ็นจอย แล้วน้องก็จะประสบความสำเร็จเอง ปัญหาของพ่อแม่ส่วนใหญ่คือคิดแทนลูก

ถ้าลูกชอบร้องเพลงก็ปล่อยให้เค้าหาตัวเองให้เจอ ให้ฟังเพลงเยอะๆ ลองร้องหลายๆ แบบ ทดลองไปเรื่อยๆ บอกให้เค้าก้าวออกไปลองร้องให้คนอื่นฟัง ลองไปสมัครเวทีต่างๆ ทำไปเรื่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ เค้าจะรู้เองว่าทางไหนมันใช่สำหรับเค้า และการเจอตัวเองนั่นแหละ คือขั้นแรกของความสำเร็จ ขั้นที่สองคือเราทำอะไรได้บ้างจากการเจอตัวเอง เช่น ทำเงินได้มั้ย แล้วพยายามทำสิ่งนั้นให้จริงจัง ความสำเร็จที่วาดไว้ก็จะอยู่กับเราได้ไม่ยากค่ะ


……………………………………………………………………………..

 

กลับหน้าแรกบทความ

บทความที่ผ่านมา

article-cover-01-1
5 เทรนด์อาชีพมาแรงปี 2015
แม้จินตนาการและความใฝ่ฝันในวัยเยาว์ อาจจะยังไม่ใช่ทิศทางที่กำหนดอนาคตชีวิตลูกรักว่า เมื่อโตขึ้นเค้าจะได้ทำอาชีพในฝั...
3_ml
เล่นอย่างไรให้สนุก! ปลุกจินตนาการลูก จุดประกายความฝันสู่อนาคต
มีเด็กคนไหนไม่ชอบการเล่นบ้าง ตอบเลยว่าไม่มี ไหนๆ การเล่นก็ครองใจลูกๆ ของคุณ ดังนั้น เรามาใช้การเล่นให้เป็นประโยชน์ก...
Banner2
ทำเรื่องเล่น (ของลูก) ให้เป็นเรื่องใหญ่
 ทำไมการเล่นจึงสำคัญ? KIDative: เรามองว่าการเล่น คือการเรียนรู้ ที่ KIDative จึงให้เด็กๆ เล่นสนุกได้อย่างเต็มที่ เพ...